3 เทคนิคการขายสินค้าให้ปัง !

3 เทคนิคการขายสินค้าให้ปัง !

1. Slide

3 เทคนิคการขายสินค้าให้ปัง !

จะลงขายสินค้าอย่างไร และมีเทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้ขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ? 
คำถามเหล่านี้คงเป็นคำถามที่ผู้ขายมือใหม่อยากรู้คำตอบเป็นที่สุด
การขายสินค้าให้ปังจึงมีเทคนิคหลัก ๆ อยู่ 3 ข้อดังต่อไปนี้

3 เทคนิคการขายสินค้าให้ปัง !

1. ลงภาพสินค้าที่สวย คมชัด และครบทุกมุม

ภาพสินค้าถือว่าเป็นส่ิงสำคัญในการขายสินค้าบน eBay ให้ปัง เพราะการลงภาพ
ของสินค้าเยอะ ๆ และครบทุกมุม จะช่วยให้คุณขายสินค้าได้ง่ายกว่าการลงภาพสินค้า
เพียงภาพเดียว โดยคุณสามารถลงภาพสินค้าได้สูงสุด 12 ภาพ โดยภาพสินค้าที่สวยงาม
และสะอาดตา จะมีผลช่วยเพิ่มโอกาสการขายสินค้าให้สูงขึ้น และถ้าหากสินค้าของคุณ
มีตำหนิที่ส่วนไหน ก็ควรถ่ายภาพให้เห็นตรงส่วนนั้นด้วย

ข้อแนะนำ : ผู้ขายควรลงภาพที่เป็นพื้นหลังสีเดียว และไม่ควรใส่ลายน้ำ โปรโมชั่น
หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สินค้าที่คุณจะขาย โดยขนาดของภาพที่แนะนำคือ
800 X 800 Pixels ด้านยาวของภาพ ไม่ควรเกิน 1,600 Pixels
ภาพที่มีขนาด 800 - 1600 Pixels จะสามารถซูมดู Texture สินค้าได้

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใส่ภาพเคลื่อนไหว Active Content เช่น JavaScript , Flash
หรือ Plug-in ลงไปใน Description เพราะจะไม่แสดงผล

1. ลงภาพสินค้าที่สวย คมชัด และครบทุกมุม

2. การตั้งชื่อสินค้า Title และการลงรายละเอียดใน Item Specifics

การตั้งชื่อสินค้าให้ปัง! คุณสามารถใส่ Keyword ที่นิยมเรียก หรือ ค้นหาสินค้า
ชนิดที่คุณกำลังจะขาย ว่ามีกลุ่มคำศัพท์อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง และควรจะระบุยี่ห้อ

ประเภทของผลิตภัณฑ์ ขนาด ปีที่ผลิต สี ชื่อรุ่น และรายละเอียดสำคัญ ๆ เอาไว้ด้วย
เพื่อเพิ่มโอกาส การขายสินค้าของคุณให้มากขึ้น โดย Title สามารถ ใส่ได้สูงสุด
ถึง 80 ตัวอักษร

นอกจากนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับการลงรายละเอียดใน Item Specifics
ให้ละเอียด เพราะ Item Specifics เปรียบเสมือน Search Filter ซึ่งถ้าหากผู้ขาย
ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าไว้หลาย ๆ ช่อง ผู้ซื้อก็มีโอกาสค้นเจอสินค้าของคุณได้ง่าย
และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยระบบจะมีช่องให้คุณกรอกคุณสมบัติของสินค้า
ที่คุณกำลังจะขาย ซึ่งคุณสามารถเพิ่มช่องเองได้ ถ้าคุณลงรายละเอียดสินค้า

เยอะเท่าไหร่ ก็มีโอกาสติดอันดับ Best Match ง่ายขึ้น ซึ่งต่างจาก Description
ที่มีไว้อธิบายลักษณะเบื้องต้นของสินค้า จุดที่เป็นเอกลักษณ์
หรือ จุดที่เป็นตำหนิเท่านั้น

2. การตั้งชื่อสินค้า Title และการลงรายละเอียดใน Item Specifics

3. ผู้ขายมือใหม่ควรลงขายสินค้าแบบ 7 วัน ทยอยลงขายทุก ๆ วัน 
เพื่อให้เรียนรู้ตลาดได้เร็วขึ้น และมีสินค้าวางขายตลอดเวลา

ลองจินตนาการว่าการลงขายสินค้า ก็เหมือนกับการจัดวาง Shelf หน้าร้าน
ถ้าเราปรับเปลี่ยนสินค้าบน Shelf อยู่บ่อย ๆ ก็น่าจะมีโอกาสขายได้มากกว่า
ปล่อยทิ้งร้างไว้ไม่ปัดฝุ่น

การลงขายสินค้าใหม่ทุกวันจะช่วยให้ผู้ขายมือใหม่ ที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองขายสินค้า
ได้เรียนรู้ตลาดว่าควรปรับการเขียน Listing อย่างไร อาจลองเปลี่ยนราคาขาย
เปลี่ยนสินค้า เปลี่ยนวิธีขายเป็น Fixed Price 7 วัน หรือเพิ่ม Item Specifics
และถ้าคุณลง Listing ใหม่ทุก ๆ วัน Listing ที่ใกล้ครบเวลาปิดก็จะผลัดเปลี่ยน

กันขึ้นมาติดอันดับต้น ๆ ของ Search Results ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสในการเห็นสินค้า
อื่น ๆ ของคุณ เรียกได้ว่า การมี Listing ที่ปิดขายไม่พร้อมกัน กระจายอยู่ทุก ๆ วัน
เป็นเทคนิคที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ขายมือใหม่ทุกคน 

และเมื่อคุณขายสินค้าบน eBay ไปสักระยะหนึ่ง จนมีลูกค้าซื้ออยู่เรื่อย ๆ 
และจำเป็นต้องเติมสต็อกสินค้าอยู่เรื่อย ๆ eBay แนะนำว่าให้ตั้งค่า Listing
เป็น “Multi-quantity Listing” แบบเปิดขายอยู่ตลอด (Good til Cancelled: GTC)
จะทำให้ Listing ไม่มีวันหมดอายุ โดยระบบจะทำการต่ออายุ (Renew) Listing
ให้คุณโดยอัตโนมัติทุก ๆ 30 วัน พร้อมสะสมสถิติยอดขาย (Sold History)
ของสินค้าชิ้นนี้ โดยรวบรวมผูกกับ Item ID นี้ไว้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้
Search “Best Match” เจอได้ง่ายยิ่งขึ้น

Start Selling on eBay

3. ผู้ขายมือใหม่ควรลงขายสินค้าแบบ 7 วัน ทยอยลงขายทุก ๆ วัน 
เพื่อให้เรียนรู้ตลาดได้เร็วขึ้น และมีสินค้าวางขายตลอดเวลา